Jump to content

Openai/6959c7c3-083c-8009-8280-8ee733a7fd79

From freem
Revision as of 05:26, 4 January 2026 by Lukegao (talk | contribs) (by freem.ai...)
(diff) ← Older revision | Latest revision (diff) | Newer revision → (diff)


This conversation was exported from ChatGPT[1]

gpt-5-2[edit | edit source]

User: 1.[edit | edit source]

  1. เช้านี้ผม post บทความใหม่ ตามนี้
  2. มีคำถามจากผู้อ่าน Joe Krit ถามว่า

“รบกวนหน่อย พอดีผมทำงานที่บ้านมา มาบริหารเลย ไม่มีระบบ และ ทำจาก envision ไป execute ทีนี่ ผม ทำกลับกัน พอจะแชร์ กลับกันได้ไหมครับ ว่า ลงมือทำ ทำอะไรบ้างผมไม่เคยผ่านงานหัวหน้าระด้บ กลาง และ ต้นเลย ถ้าได้นะครับ ขอบคุณครับ”

  1. ขอให้คุณช่วยตอบคำถามนี้ให้ด้วยครับ
  2. บทความ 4 Jan 2026 บันไดสู่ CEO: 6 การเปลี่ยนผ่านที่ต้องเตรียมพร้อม

จากการโค้ชชิ่งผู้บริหาร ที่กำลังเตรียมตัวเป็น CEO เราพบว่า ความท้าทายไม่ใช่เรื่องความสามารถ

แต่เป็นเรื่อง "Mindset Shift"

ผู้บริหารหลายคน ที่กำลังเตรียมตัวเป็น CEO มักได้รับ feedback ว่า

"ยังไม่ปล่อยวางหมวกเดิม และควรใส่หมวก CEO ให้เต็มที่"

เป็นปัญหาของผู้บริหารส่วนใหญ่ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจาก Functional Head สู่ CEO

6 การเปลี่ยนผ่านที่จำเป็น

  1. จาก Micro สู่ Macro

เดิม (Micro): ลงรายละเอียดทุกเรื่อง ตรวจสอบทุกขั้นตอน ทำให้มั่นใจว่า "ถูกต้อง"

ใหม่ (Macro): มองภาพรวม กำหนดทิศทาง ปล่อยให้ทีมจัดการรายละเอียด

การเปลี่ยนแปลง: จาก "Doing Things Right" เป็น "Doing the Right Things"

เพราะ "Micro Management ลงลึกในทุกเรื่อง อาจจะไม่มีเวลาบริหารภาพใหญ่"

  1. จาก Execute สู่ Envision

เดิม (Execute): รับ strategy มาทำให้สำเร็จ เก่งในการ "ลงมือทำ" แปลงแผนเป็นผลลัพธ์

ใหม่ (Envision): สร้าง strategy และสื่อสารวิสัยทัศน์ ทำให้ทีมเห็นภาพอนาคต

การเปลี่ยนแปลง: จาก "ทำ" เป็น "คิดว่าทำอะไร"

CEO ไม่ได้ถูกจ้างมาเพื่อ "ทำให้สำเร็จ" แต่ถูกจ้างมาเพื่อ "กำหนดทิศทาง" ว่าควรทำอะไร ทำไม และทำอย่างไร

ลูกน้องต้องการ "วิสัยทัศน์ที่ชัดเจน สื่อสารเป้าหมายให้เข้าใจได้ง่าย สร้างแรงบันดาลใจ"

  1. จาก Control สู่ Empower

เดิม (Control): ควบคุมทุกอย่าง ทำเองเพื่อให้มั่นใจ เชื่อว่า "ถ้าอยากได้ดี ต้องทำเอง"

ใหม่ (Empower): ไว้วางใจและมอบหมาย สร้างผู้นำรุ่นถัดไป ให้คนอื่นเติบโต

การเปลี่ยนแปลง: จาก "ฉันทำเอง" เป็น "ฉันสอนให้เขาทำได้"

"อาจจะไม่มีเวลาให้กับทีม หากมอบหมายหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน แต่ไม่ค่อยมี check-in"

นี่คือกับดัก: มอบหมายงานเพราะยุ่ง แต่ไม่ได้มอบหมายเพื่อพัฒนาคน

CEO ที่ดีต้องสร้างระบบที่ "ทำงานได้โดยไม่ต้องมีตัวเอง" ไม่ใช่สร้างระบบที่ "ทุกอย่างต้องรอตัวเอง"

  1. จาก Functional สู่ Enterprise

เดิม (Functional): มองแค่ฝ่ายตัวเอง (Sales, Operations, Finance) optimize แค่ส่วนของตัวเอง

ใหม่ (Enterprise): มองทั้งองค์กร สมดุลระหว่างทุกฝ่าย เพื่อผลรวมที่ดีที่สุด

การเปลี่ยนแปลง: จาก "ฝ่ายเรา" เป็น "บริษัทเรา"

CCO ที่ดีคิดว่า "ขายให้ได้มากที่สุด" แต่ CEO ที่ดีคิดว่า "ขายอย่างไร ที่ Operations รับได้ Finance พอใจ และยั่งยืน"

Board อยากเห็น CEO คนใหม่ "คิดแบบองค์กร ไม่ใช่แค่คิดแบบฝ่ายเดิมของตน"

  1. จาก Internal สู่ External

เดิม (Internal): โฟกัสภายใน จัดการทีม จัดการโครงการ แก้ปัญหาในบริษัท

ใหม่ (External): บริหาร Stakeholders - Board, นักลงทุน, พันธมิตร, สื่อ, ภาครัฐ

การเปลี่ยนแปลง: จาก "บริหารทีม" เป็น "บริหารความคาดหวัง"

CEO ใช้เวลาประมาณ 50-70% กับคนนอกองค์กร

แต่ว่าที่ CEO คนใหม่ "อาจจะยังไม่มีเครือข่ายนอกองค์กร" "อาจจะไม่สันทัดในการสร้าง New Communities"

การขาดเครือข่ายภายนอก อาจทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ CEO ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  1. จาก Doing สู่ Influencing

เดิม (Doing): ทำงานเอง ให้ได้ผลลัพธ์ ความสำเร็จ = งานที่ทำสำเร็จ

ใหม่ (Influencing): โน้มน้าวให้คนอื่นทำ สร้าง alignment ความสำเร็จ = คนอื่นทำสำเร็จ

การเปลี่ยนแปลง: จาก "ทำให้เห็นผล" เป็น "ทำให้คนอื่นเห็นภาพและทำตาม"

CEO ที่ดีไม่ใช่คนที่ "ทำงานหนักที่สุด" แต่เป็นคนที่ "ทำให้คนอื่นทำงานได้ดีที่สุด"

ทำไมถึงยาก

เพราะสิ่งที่เราต้อง "หยุด" คือสิ่งที่ทำให้เราประสบความสำเร็จมาตลอด:

  • ความรอบคอบ → กลายเป็นช้า ไม่กล้าตัดสินใจ
  • ความรับผิดชอบสูง → กลายเป็นไม่กล้ามอบหมาย ต้องทำเองทุกอย่าง
  • การมุ่งเน้นความสำเร็จ → กลายเป็นยึดติดกับ short-term results มองไม่เห็นภาพยาว

"ยากที่สุดคือการปล่อยวาง สิ่งที่เคยทำให้ฉันประสบความสำเร็จ"

เริ่มต้นอย่างไร

สัปดาห์นี้ ลองทำ 3 สิ่งนี้:

  1. Mapping เวลา
  • ดูว่าคุณใช้เวลากี่ % กับแต่ละบทบาท
  • เป้าหมาย CEO: 20% Execution, 80% Strategy/People/Stakeholders
  • ถ้ายังใช้เวลา 80% กับ Execution → ต้องปรับ
  1. มอบหมาย 2-3 งาน
  • ที่เคยทำเอง ให้คนอื่นทำ
  • และฝึกปล่อยวาง ไม่ไปแทรกแซง ไม่ไปตรวจทุกวัน
  • เป้าหมายคือให้เขาเรียนรู้ ไม่ใช่ให้เหมือนคุณ
  1. นัดคุยกับ 1 Stakeholder ภายนอก
  • ที่ไม่เคยคุยมาก่อน เพื่อสร้างความสัมพันธ์
  • อาจเป็น Board Member, นักลงทุน, พันธมิตร, หรือผู้นำในอุตสาหกรรม
  • เป้าหมายคือฟัง และเข้าใจความคาดหวังของพวกเขา

สำหรับ HR และ Board: ช่วยผู้บริหารเตรียมตัว

การเปลี่ยนผ่านไปสู่ CEO ไม่ควรเริ่มในวันแรกที่เป็น CEO

ควรเริ่มเตรียมอย่างน้อย 12-18 เดือนก่อน:

เดือนที่ 1-6:

  • ทำ 360 Feedback เพื่อหา blind spots
  • เริ่มเข้าร่วมประชุม Board (ถ้าเป็นไปได้)
  • สร้างเครือข่ายภายนอก

เดือนที่ 7-12:

  • Executive Coaching เพื่อพัฒนา Executive Presence
  • Shadow CEO ปัจจุบัน (ถ้าเป็นไปได้)
  • ฝึกมอบหมายและปล่อยวางงานที่เคยทำเอง

เดือนที่ 13-18:

  • รับผิดชอบโปรเจกต์ระดับองค์กร
  • นำเสนอ strategy ต่อ Board
  • ระบุและพัฒนาผู้สืบทอดในตำแหน่งปัจจุบัน

ข้อควรจำ

CEO ไม่ใช่คนที่:

  • ทำงานหนักที่สุด (แต่ทำให้คนอื่นทำงานได้ดีที่สุด)
  • รู้ทุกอย่าง (แต่รู้ว่าใครรู้อะไร)
  • ควบคุมทุกอย่าง (แต่สร้างระบบที่ควบคุมได้)

CEO คือคนที่:

  • กำหนดทิศทาง
  • สร้างผู้นำ
  • สมดุล Stakeholders ทุกฝ่าย

คำถามสำหรับคุณ

คุณอยู่ที่การเปลี่ยนผ่านข้อไหน

ลองให้คะแนนตัวเอง (1-10):

  1. Micro → Macro: _____
  2. Execute → Envision: _____
  3. Control → Empower: _____
  4. Functional → Enterprise: _____
  5. Internal → External: _____
  6. Doing → Influencing: _____

ข้อไหนที่คะแนนต่ำที่สุด นั่นคือสิ่งที่คุณควรโฟกัสพัฒนาก่อน

ข้อไหนที่ยากที่สุดสำหรับคุณ นั่นคือจุดที่คุณอาจต้องการโค้ช หรือที่ปรึกษา

  1. TheCoachInTh #CEOTransition #LeadershipEvolution #MindsetShift #FromCOOtoCEO #ExecutiveDevelopment

Assistant: โค้ชขอช่วยคุณ Joe Krit ตอบแบบ ตรงไปตรงมา + ใช้ได้จริง นะครับ[edit | edit source]

โค้ชขอช่วยคุณ Joe Krit ตอบแบบ ตรงไปตรงมา + ใช้ได้จริง นะครับ

คุณ Joe เจอสถานการณ์ที่ พบบ่อยมาก ในผู้ก่อตั้งธุรกิจ (Founder-CEO) คือ เติบโตมาจาก “คนลงมือทำ” → ขึ้นมาบริหารเลย โดยไม่เคยผ่านหัวหน้างานระดับต้น-กลาง

ข่าวดีคือ

❝ คุณไม่ได้เดินผิดทาง
แต่คุณกำลังอยู่ “คนละเส้นทาง” กับ CEO ที่เติบโตจากองค์กรใหญ่ ❞

ถ้า “Envision → Execute” ยังไม่ถนัด[edit | edit source]

ลองเริ่มจาก “Execute → Envision” แบบมีโครง

ผมขอเสนอ เวอร์ชันกลับทาง ที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะครับ

ขั้นที่ 1 : เริ่มจาก “ทำ” แต่ต้อง “ถอดบทเรียน”[edit | edit source]

คุณทำมาหลายอย่างแล้ว แต่อาจ ยังไม่ได้แปลงงานเป็นระบบ

ให้ลองทำ 3 อย่างนี้ก่อน

ถามตัวเองทุกงานที่ทำ

  • งานนี้ทำซ้ำไหม
  • ถ้าผมไม่อยู่ คนอื่นทำแทนได้ไหม
  • จุดตัดสินใจสำคัญอยู่ตรงไหน

👉 เป้าหมายไม่ใช่ทำให้เก่งขึ้น 👉 แต่ทำให้ “ไม่ต้องทำเอง”

ขั้นที่ 2 : แปลงการลงมือทำ → ระบบพื้นฐาน[edit | edit source]

ไม่ต้องเริ่มจากระบบใหญ่ เริ่มจาก 3 ระบบจำเป็นของ CEO-Founder

  1. Decision System - เรื่องไหนคุณตัดสินใจ - เรื่องไหนทีมตัดสินใจได้
  2. Priority System - อะไรคือ Top 3 ที่สำคัญจริงในเดือนนี้ - อะไร “ทำได้ แต่ไม่ควรทำ”
  3. People System (ง่าย ๆ) - ใครเก่งอะไร - ใครควรรับผิดชอบเรื่องไหนแทนคุณ
CEO ที่มาจากการ “ทำเอง”
ต้องสร้างระบบก่อนสร้างวิสัยทัศน์ใหญ่

ขั้นที่ 3 : ค่อยยกหัวขึ้นจากงาน → มองอนาคตสั้นก่อน[edit | edit source]

อย่าเพิ่งคิด Vision 5 ปี ถ้ายังไม่ชัด

ให้เริ่มจากคำถามนี้แทน

  • อีก 6 เดือนข้างหน้า บริษัทควร “ดีขึ้นจากวันนี้” เรื่องอะไร 2–3 เรื่อง
  • ถ้าคุณหยุดทำงาน 2 สัปดาห์ อะไรจะพังทันที → นั่นคือจุดที่คุณยัง “ติด Doing”

นี่คือ Vision เวอร์ชัน Founder ไม่สวย แต่จริง และนำไปสู่การเติบโต

สิ่งสำคัญที่อยากฝาก[edit | edit source]

คุณไม่ได้ขาดความสามารถ คุณแค่ ข้ามบางบทเรียนไป

และบทเรียนพวกนี้

“เรียนย้อนหลังได้ แต่ต้องมีคนช่วยสะท้อน”

CEO ที่มาจากบ้าน → โตเป็นองค์กร มักต้องการ โค้ช / ที่ปรึกษา ไม่ใช่เพื่อสอนบริหาร แต่เพื่อช่วย ถอดหมวกคนลงมือทำ

คำถามชวนคิด (เอาไว้ถามตัวเองวันนี้)[edit | edit source]

  1. วันนี้งานไหนที่ “ผมไม่ควรทำเองแล้ว”
  2. งานไหนที่ถ้าสอนคนอื่น จะคืนเวลาให้ผมมากที่สุด
  3. ถ้าผมยังทำแบบนี้อีก 2 ปี บริษัทจะโตหรือผมจะเหนื่อยกว่าเดิม

ถ้าคุณ Joe อยากเล่าเคสจริง ผมยินดีช่วยคิดเป็นขั้นตอนให้ครับ

คุณไม่ได้เริ่มช้า คุณแค่เริ่มจากคนละจุด ✨

References[edit | edit source]

  1. "จาก Execute สู่ Envision". ChatGPT. Retrieved 2026-01-03.