Openai/6959c7c3-083c-8009-8280-8ee733a7fd79
This conversation was exported from ChatGPT[1]
gpt-5-2[edit | edit source]
User: 1.[edit | edit source]
- เช้านี้ผม post บทความใหม่ ตามนี้
- มีคำถามจากผู้อ่าน Joe Krit ถามว่า
“รบกวนหน่อย พอดีผมทำงานที่บ้านมา มาบริหารเลย ไม่มีระบบ และ ทำจาก envision ไป execute ทีนี่ ผม ทำกลับกัน พอจะแชร์ กลับกันได้ไหมครับ ว่า ลงมือทำ ทำอะไรบ้างผมไม่เคยผ่านงานหัวหน้าระด้บ กลาง และ ต้นเลย ถ้าได้นะครับ ขอบคุณครับ”
- ขอให้คุณช่วยตอบคำถามนี้ให้ด้วยครับ
- บทความ 4 Jan 2026 บันไดสู่ CEO: 6 การเปลี่ยนผ่านที่ต้องเตรียมพร้อม
จากการโค้ชชิ่งผู้บริหาร ที่กำลังเตรียมตัวเป็น CEO เราพบว่า ความท้าทายไม่ใช่เรื่องความสามารถ
แต่เป็นเรื่อง "Mindset Shift"
ผู้บริหารหลายคน ที่กำลังเตรียมตัวเป็น CEO มักได้รับ feedback ว่า
"ยังไม่ปล่อยวางหมวกเดิม และควรใส่หมวก CEO ให้เต็มที่"
เป็นปัญหาของผู้บริหารส่วนใหญ่ที่กำลังเปลี่ยนผ่านจาก Functional Head สู่ CEO
6 การเปลี่ยนผ่านที่จำเป็น
- จาก Micro สู่ Macro
เดิม (Micro): ลงรายละเอียดทุกเรื่อง ตรวจสอบทุกขั้นตอน ทำให้มั่นใจว่า "ถูกต้อง"
ใหม่ (Macro): มองภาพรวม กำหนดทิศทาง ปล่อยให้ทีมจัดการรายละเอียด
การเปลี่ยนแปลง: จาก "Doing Things Right" เป็น "Doing the Right Things"
เพราะ "Micro Management ลงลึกในทุกเรื่อง อาจจะไม่มีเวลาบริหารภาพใหญ่"
- จาก Execute สู่ Envision
เดิม (Execute): รับ strategy มาทำให้สำเร็จ เก่งในการ "ลงมือทำ" แปลงแผนเป็นผลลัพธ์
ใหม่ (Envision): สร้าง strategy และสื่อสารวิสัยทัศน์ ทำให้ทีมเห็นภาพอนาคต
การเปลี่ยนแปลง: จาก "ทำ" เป็น "คิดว่าทำอะไร"
CEO ไม่ได้ถูกจ้างมาเพื่อ "ทำให้สำเร็จ" แต่ถูกจ้างมาเพื่อ "กำหนดทิศทาง" ว่าควรทำอะไร ทำไม และทำอย่างไร
ลูกน้องต้องการ "วิสัยทัศน์ที่ชัดเจน สื่อสารเป้าหมายให้เข้าใจได้ง่าย สร้างแรงบันดาลใจ"
- จาก Control สู่ Empower
เดิม (Control): ควบคุมทุกอย่าง ทำเองเพื่อให้มั่นใจ เชื่อว่า "ถ้าอยากได้ดี ต้องทำเอง"
ใหม่ (Empower): ไว้วางใจและมอบหมาย สร้างผู้นำรุ่นถัดไป ให้คนอื่นเติบโต
การเปลี่ยนแปลง: จาก "ฉันทำเอง" เป็น "ฉันสอนให้เขาทำได้"
"อาจจะไม่มีเวลาให้กับทีม หากมอบหมายหลายเรื่องในเวลาเดียวกัน แต่ไม่ค่อยมี check-in"
นี่คือกับดัก: มอบหมายงานเพราะยุ่ง แต่ไม่ได้มอบหมายเพื่อพัฒนาคน
CEO ที่ดีต้องสร้างระบบที่ "ทำงานได้โดยไม่ต้องมีตัวเอง" ไม่ใช่สร้างระบบที่ "ทุกอย่างต้องรอตัวเอง"
- จาก Functional สู่ Enterprise
เดิม (Functional): มองแค่ฝ่ายตัวเอง (Sales, Operations, Finance) optimize แค่ส่วนของตัวเอง
ใหม่ (Enterprise): มองทั้งองค์กร สมดุลระหว่างทุกฝ่าย เพื่อผลรวมที่ดีที่สุด
การเปลี่ยนแปลง: จาก "ฝ่ายเรา" เป็น "บริษัทเรา"
CCO ที่ดีคิดว่า "ขายให้ได้มากที่สุด" แต่ CEO ที่ดีคิดว่า "ขายอย่างไร ที่ Operations รับได้ Finance พอใจ และยั่งยืน"
Board อยากเห็น CEO คนใหม่ "คิดแบบองค์กร ไม่ใช่แค่คิดแบบฝ่ายเดิมของตน"
- จาก Internal สู่ External
เดิม (Internal): โฟกัสภายใน จัดการทีม จัดการโครงการ แก้ปัญหาในบริษัท
ใหม่ (External): บริหาร Stakeholders - Board, นักลงทุน, พันธมิตร, สื่อ, ภาครัฐ
การเปลี่ยนแปลง: จาก "บริหารทีม" เป็น "บริหารความคาดหวัง"
CEO ใช้เวลาประมาณ 50-70% กับคนนอกองค์กร
แต่ว่าที่ CEO คนใหม่ "อาจจะยังไม่มีเครือข่ายนอกองค์กร" "อาจจะไม่สันทัดในการสร้าง New Communities"
การขาดเครือข่ายภายนอก อาจทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ CEO ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- จาก Doing สู่ Influencing
เดิม (Doing): ทำงานเอง ให้ได้ผลลัพธ์ ความสำเร็จ = งานที่ทำสำเร็จ
ใหม่ (Influencing): โน้มน้าวให้คนอื่นทำ สร้าง alignment ความสำเร็จ = คนอื่นทำสำเร็จ
การเปลี่ยนแปลง: จาก "ทำให้เห็นผล" เป็น "ทำให้คนอื่นเห็นภาพและทำตาม"
CEO ที่ดีไม่ใช่คนที่ "ทำงานหนักที่สุด" แต่เป็นคนที่ "ทำให้คนอื่นทำงานได้ดีที่สุด"
ทำไมถึงยาก
เพราะสิ่งที่เราต้อง "หยุด" คือสิ่งที่ทำให้เราประสบความสำเร็จมาตลอด:
- ความรอบคอบ → กลายเป็นช้า ไม่กล้าตัดสินใจ
- ความรับผิดชอบสูง → กลายเป็นไม่กล้ามอบหมาย ต้องทำเองทุกอย่าง
- การมุ่งเน้นความสำเร็จ → กลายเป็นยึดติดกับ short-term results มองไม่เห็นภาพยาว
"ยากที่สุดคือการปล่อยวาง สิ่งที่เคยทำให้ฉันประสบความสำเร็จ"
เริ่มต้นอย่างไร
สัปดาห์นี้ ลองทำ 3 สิ่งนี้:
- Mapping เวลา
- ดูว่าคุณใช้เวลากี่ % กับแต่ละบทบาท
- เป้าหมาย CEO: 20% Execution, 80% Strategy/People/Stakeholders
- ถ้ายังใช้เวลา 80% กับ Execution → ต้องปรับ
- มอบหมาย 2-3 งาน
- ที่เคยทำเอง ให้คนอื่นทำ
- และฝึกปล่อยวาง ไม่ไปแทรกแซง ไม่ไปตรวจทุกวัน
- เป้าหมายคือให้เขาเรียนรู้ ไม่ใช่ให้เหมือนคุณ
- นัดคุยกับ 1 Stakeholder ภายนอก
- ที่ไม่เคยคุยมาก่อน เพื่อสร้างความสัมพันธ์
- อาจเป็น Board Member, นักลงทุน, พันธมิตร, หรือผู้นำในอุตสาหกรรม
- เป้าหมายคือฟัง และเข้าใจความคาดหวังของพวกเขา
สำหรับ HR และ Board: ช่วยผู้บริหารเตรียมตัว
การเปลี่ยนผ่านไปสู่ CEO ไม่ควรเริ่มในวันแรกที่เป็น CEO
ควรเริ่มเตรียมอย่างน้อย 12-18 เดือนก่อน:
เดือนที่ 1-6:
- ทำ 360 Feedback เพื่อหา blind spots
- เริ่มเข้าร่วมประชุม Board (ถ้าเป็นไปได้)
- สร้างเครือข่ายภายนอก
เดือนที่ 7-12:
- Executive Coaching เพื่อพัฒนา Executive Presence
- Shadow CEO ปัจจุบัน (ถ้าเป็นไปได้)
- ฝึกมอบหมายและปล่อยวางงานที่เคยทำเอง
เดือนที่ 13-18:
- รับผิดชอบโปรเจกต์ระดับองค์กร
- นำเสนอ strategy ต่อ Board
- ระบุและพัฒนาผู้สืบทอดในตำแหน่งปัจจุบัน
ข้อควรจำ
CEO ไม่ใช่คนที่:
- ทำงานหนักที่สุด (แต่ทำให้คนอื่นทำงานได้ดีที่สุด)
- รู้ทุกอย่าง (แต่รู้ว่าใครรู้อะไร)
- ควบคุมทุกอย่าง (แต่สร้างระบบที่ควบคุมได้)
CEO คือคนที่:
- กำหนดทิศทาง
- สร้างผู้นำ
- สมดุล Stakeholders ทุกฝ่าย
คำถามสำหรับคุณ
คุณอยู่ที่การเปลี่ยนผ่านข้อไหน
ลองให้คะแนนตัวเอง (1-10):
- Micro → Macro: _____
- Execute → Envision: _____
- Control → Empower: _____
- Functional → Enterprise: _____
- Internal → External: _____
- Doing → Influencing: _____
ข้อไหนที่คะแนนต่ำที่สุด นั่นคือสิ่งที่คุณควรโฟกัสพัฒนาก่อน
ข้อไหนที่ยากที่สุดสำหรับคุณ นั่นคือจุดที่คุณอาจต้องการโค้ช หรือที่ปรึกษา
- TheCoachInTh #CEOTransition #LeadershipEvolution #MindsetShift #FromCOOtoCEO #ExecutiveDevelopment
Assistant: โค้ชขอช่วยคุณ Joe Krit ตอบแบบ ตรงไปตรงมา + ใช้ได้จริง นะครับ[edit | edit source]
โค้ชขอช่วยคุณ Joe Krit ตอบแบบ ตรงไปตรงมา + ใช้ได้จริง นะครับ
คุณ Joe เจอสถานการณ์ที่ พบบ่อยมาก ในผู้ก่อตั้งธุรกิจ (Founder-CEO) คือ เติบโตมาจาก “คนลงมือทำ” → ขึ้นมาบริหารเลย โดยไม่เคยผ่านหัวหน้างานระดับต้น-กลาง
ข่าวดีคือ
- ❝ คุณไม่ได้เดินผิดทาง
- แต่คุณกำลังอยู่ “คนละเส้นทาง” กับ CEO ที่เติบโตจากองค์กรใหญ่ ❞
ถ้า “Envision → Execute” ยังไม่ถนัด[edit | edit source]
ลองเริ่มจาก “Execute → Envision” แบบมีโครง
ผมขอเสนอ เวอร์ชันกลับทาง ที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะครับ
ขั้นที่ 1 : เริ่มจาก “ทำ” แต่ต้อง “ถอดบทเรียน”[edit | edit source]
คุณทำมาหลายอย่างแล้ว แต่อาจ ยังไม่ได้แปลงงานเป็นระบบ
ให้ลองทำ 3 อย่างนี้ก่อน
ถามตัวเองทุกงานที่ทำ
- งานนี้ทำซ้ำไหม
- ถ้าผมไม่อยู่ คนอื่นทำแทนได้ไหม
- จุดตัดสินใจสำคัญอยู่ตรงไหน
👉 เป้าหมายไม่ใช่ทำให้เก่งขึ้น 👉 แต่ทำให้ “ไม่ต้องทำเอง”
ขั้นที่ 2 : แปลงการลงมือทำ → ระบบพื้นฐาน[edit | edit source]
ไม่ต้องเริ่มจากระบบใหญ่ เริ่มจาก 3 ระบบจำเป็นของ CEO-Founder
- Decision System - เรื่องไหนคุณตัดสินใจ - เรื่องไหนทีมตัดสินใจได้
- Priority System - อะไรคือ Top 3 ที่สำคัญจริงในเดือนนี้ - อะไร “ทำได้ แต่ไม่ควรทำ”
- People System (ง่าย ๆ) - ใครเก่งอะไร - ใครควรรับผิดชอบเรื่องไหนแทนคุณ
- CEO ที่มาจากการ “ทำเอง”
- ต้องสร้างระบบก่อนสร้างวิสัยทัศน์ใหญ่
ขั้นที่ 3 : ค่อยยกหัวขึ้นจากงาน → มองอนาคตสั้นก่อน[edit | edit source]
อย่าเพิ่งคิด Vision 5 ปี ถ้ายังไม่ชัด
ให้เริ่มจากคำถามนี้แทน
- อีก 6 เดือนข้างหน้า บริษัทควร “ดีขึ้นจากวันนี้” เรื่องอะไร 2–3 เรื่อง
- ถ้าคุณหยุดทำงาน 2 สัปดาห์ อะไรจะพังทันที → นั่นคือจุดที่คุณยัง “ติด Doing”
นี่คือ Vision เวอร์ชัน Founder ไม่สวย แต่จริง และนำไปสู่การเติบโต
สิ่งสำคัญที่อยากฝาก[edit | edit source]
คุณไม่ได้ขาดความสามารถ คุณแค่ ข้ามบางบทเรียนไป
และบทเรียนพวกนี้
- “เรียนย้อนหลังได้ แต่ต้องมีคนช่วยสะท้อน”
CEO ที่มาจากบ้าน → โตเป็นองค์กร มักต้องการ โค้ช / ที่ปรึกษา ไม่ใช่เพื่อสอนบริหาร แต่เพื่อช่วย ถอดหมวกคนลงมือทำ
คำถามชวนคิด (เอาไว้ถามตัวเองวันนี้)[edit | edit source]
- วันนี้งานไหนที่ “ผมไม่ควรทำเองแล้ว”
- งานไหนที่ถ้าสอนคนอื่น จะคืนเวลาให้ผมมากที่สุด
- ถ้าผมยังทำแบบนี้อีก 2 ปี บริษัทจะโตหรือผมจะเหนื่อยกว่าเดิม
ถ้าคุณ Joe อยากเล่าเคสจริง ผมยินดีช่วยคิดเป็นขั้นตอนให้ครับ
คุณไม่ได้เริ่มช้า คุณแค่เริ่มจากคนละจุด ✨
References[edit | edit source]
- ↑ "จาก Execute สู่ Envision". ChatGPT. Retrieved 2026-01-03.